ผีในหอพัก

ผีในหอพัก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีในหอพัก
ผีในหอพัก

ผีในหอพัก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ต้องเกริ่นก่อนนะว่าเราเป็น คนเห็นผี มองเห็นจนถึงไม่กลัว เรื่องมีอยู่ว่า สมัยเรียนพวกเราจะอยู่ห้องเช่าที่นึง ใกล้ๆกับมหาลัยโด่งดังย่านดินแดง อยู่คนเดียวแต่จะมีเพื่อนตุ๊ดต่างมหาลัยแวะมานอนบ้างบางครั้ง
เหตุเกิดในคืนหนึ่ง ตุ๊ดนี่ก็มานอนตามปกติ ขออธิบายภาพห้องเราก่อน เปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องน้ำอยู่ขวามือ ตู้เสื้อผ้าอยู่ซ้ายมือ เตียงนอนวางติดกับห้องน้ำ เราจะนอนหันหัวมาทางเดิน และ เอาเท้าชี้ไปที่ผนังห้อง.. ในขณะที่หลับกันนั้น อยู่ๆสหายตุ๊ดก็ลุกเดินออกไปจากห้องโดยไม่บอกห่าเหวอะไรอีผู้ที่นอนอยู่ด้วยเลย พวกเราก็แบบรู้เรื่องว่านางจะไปนอนห้องผู้ละมั้ง เลยมิได้พึงพอใจอะไร ก็หลับต่อ.. หลังจากนอนต่อได้สักพักนึงเราก็รู้สึกถึงนิ้วมือ และเล็บยาวๆ ยาวมากๆ มาลูบๆ ตรงข้อเท้าแล้วดึงเบาๆ นี่ก็เดาเบาๆ ว่าคงจะผ้าห่มตัวเองพันขา เลยกระตุกเท้าแล้วนอนต่อ
หลับไปอีกสัก 10 นาทีได้ ทีนี้มาอีกรอบ แต่คราวนี้ เหมือนเอาเล็บลากที่ข้อเท้าเราแรงกว่าเดิม และดึงขาแรงกว่าเดิม จนแบบ เอาล่ะ ไม่ใช่ผ้าห่มละ งานนี้ผีแน่ๆ! เลยลืมตาผงกหัวมาดู พบจริงๆมองเห็นเป็นมือมือนึง เหมือนมือของนางรำที่เขาใส่ร่ายรำเล็บ (เรียกว่าอะไรไม่รู้จัก) แต่มองเห็นแค่มือ ว่ามันหายเข้าไปในกำแพงฝั่งห้องข้างๆ! นี่ก็เลยลุกมานั่งแล้วเริ่มดุด่าผีตามสไตล์ ‘อยู่ห้องนั้นยังจะระรานอีก จะเอาอะไรก็ไปบอกห้องนั้นสิ คนจะนอน ถ้ามาอีกนะ จะแช่งให้ไม่ได้เกิด!’ หลังจากนั้นก็นอนต่ออย่างสงบ ไม่มีการรบกวนใดๆ จากนางอีก.. พอเช้า เพื่อนตุ๊ดก็โทรมา บอกว่าเมื่อคืนอะ นางโดนดึงขา แล้วก็เอาเล็บจิกแรงมากกกก จนข้อเท้ามีรอยแดงๆ แต่นางไม่กล้าบอก เลยรีบลุกกลับไปหอตัวเอง..
หลังจากผีอีเจ้นางรำฟ้อนเล็บ ผู้ยื่นมือมาจากห้องข้างๆ เราก็ยังเจอเรื่องแปลกๆ จากห้องที่นางอยู่อีกหลายหน และเรามั่นใจว่า อีผีมันไม่ได้อยู่ตนเดียวแน่นอน มันต้องมีเพื่อน!
มีตอนปิดเทอมนึง พวกเรากลับบ้านที่ต่างจังหวัดไป 1 เดือนเต็มๆพอกลับมาที่หอก็ดำเนินชีวิตธรรมดา พวกเราได้ยินเสียงคนเข้าออกห้องนั้น (ห้องข้างๆ) แต่ว่าพฤติกรรมไม่น่ารักของเพื่อนร่วมชั้นเป็น นางมักจะเอาถุงน้ำแข็งมาเคาะผนังตอนยามวิกาล ‘ปักๆๆ’ ทำบ่อย ทำเก่ง จนคิดว่าแดกเหล้าในห้องแหง บางทีหมั่นไส้ ก็จะแกล้งมันคืนด้วยวิธีเดียวกัน คือซื้อน้ำแข็งจากเซเว่นมาแช่รอแก้แค้นตลอด พอทำกลับบ้าง นางก็จะนิ่งเงียบไป
ผ่านไปอาทิตย์นึงได้ นางก็เริ่มเปลี่ยนความกวนตีน จากทุบน้ำแข็ง เป็นล้างจานที่ระเบียงตอน ตี 4-5 แทบทุกคืน เราก็ทนไป 3-4 คืนได้ ไม่ไหวละ ต้องวีน! ห้องเราอยู่ชั้น 8 มันจะมีแค่ซี่เหล็กที่พอจะเอาหัวลอดชะโงกออกมาได้นิดนึง พอจะมองเห็นระเบียงห้องข้างๆ ได้ คืนนั้นเราก็ยื่นหัวไปส่อง เพื่อเช็คว่าอีนังชะนีข้างห้องมันออกมาล้างจานใช่ไหม? จะได้ด่าถูก ไม่เงิบ.. ตอนมองไป พวกเราพบผู้หญิงผมยาวกลางหลัง นั่งเก้าอี้ไม้ต่ำๆล้างจานในกะละมังอยู่ ‘ก๊อกน้ำแก๊ก’ พอดูเสร็จมั่นใจ พวกเราก็รีบเอาจานของตนมากมายระแทกบ้าง และเริ่มดุลอยๆแบบ ‘อีดอก ไม่หลับไม่นอน ขยันจังนะแกอ่ะ ล้างได้ล้างดี ล้างไม่เกรงใจข้างห้องเล้ย’ (คิดได้เนอะ เป็นโกรธ + ง่วง ก็ด่าหยาบคายไปเรื่อย..) พอเพียงดุได้สักพัก พวกเราก็ได้ยินเสียงนางปิดประตูระเบียง พวกเราก็เลยเข้าไปนอนต่อ รวมทั้งคิดว่าพรุ่งนี้จะฟ้องนิติข้างล่าง
พอยามเช้ามา ก็รีบพุ่งตัวไปพบนิติ รวมทั้งฟ้องเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด นิติก็ทำหน้ามึน แล้วย้ำว่า ‘น้องเห็นเองจริงๆใช่ไหม?’ เราก็แบบ อ้าว..ใครจะโกหกวะ นี่ยังด่าจนหนีเข้าห้องมาแล้วเลย พี่เขาเอากุญแจแล้วพาไปเปิดห้องให้เราดูว่า ‘ห้องนี้ไม่มีคนอยู่.. คือเค้าย้ายออกไปตั้งแต่ช่วงที่เรากลับบ้านต่างจังหวัดแล้ว และอีกคนที่มาอยู่ใหม่ ก็อยู่ได้แค่อาทิตย์เดียว เงินประกันห้องอะไรทิ้งหมด เหมือนย้ายหนีอะไรสักอย่างด้วยซ้ำ!’
สรุป เราทะเลาะกับผีมาเกือบ 2 อาทิตย์จ้าาาาา ถามว่าเราย้ายออกไหม? ไม่ค่ะ ถ้าหากเราด่าแล้วนางยังหนีพวกเรา พวกเราจะหนีเขาทำไม ก็อยู่ต่อจนถึงเรียนจบ แม้กระนั้นถามคำถามว่าพบอีกไหม? ก็มีมาเรื่อยเลยคิดว่าคงจะแบบฆ่ากันตายในห้อง แล้วยังไม่ได้ไปไหน เลยทำแบบเดิมๆเหมือนตอนมีชีวิตอยู่ นางก็ยังคงเปิด-ปิดประตู ยังคงมีเสียงเท้า บางทีก็เสียงโทรทัศน์เปิด บางทีก็เปิดน้ำในห้องน้ำ (ห้องน้ำติดกัน) ทั้งที่ไม่มีใครอยู่! บางทีมาจากเพดานก็มี ซึ่งเราอยู่ชั้นบนสุดแล้ว ดาดฟ้าก็ล็อคตายประตู ห้ามขึ้น…

Continue Reading
ผีสิงสุดหลอน

ผีสิงสุดหลอน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีสิงสุดหลอน
ผีสิงสุดหลอน

ผีสิงสุดหลอน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับแม่ของเรานะคะ แม่เล่าย้อนไปเมื่อ สี่สิบปีที่แล้วสมัยแม่ยังเป็นสาววัยแรกรุ่น ใช้ชีวิตตามประสาคนต่างจังหวัดยุคนั้นความเจริญยังเข้ามาไม่ถึงซักเท่าไหร่ กล่าวได้ว่ายังมีนายพรานล่าสัตว์ เสือสมิงอยู่แม่เป็นลูกคนที่สองจากพี่น้องทั้งหมดสี่คน
ถ้านับตามลำดับ ป้า แม่ น้าผู้ชาย และน้าผู้ชายคนสุดท้อง โดยจริงๆแล้วยายเคยมีลูกสี่คนก่อนหน้า แต่ เสียชีวิต หมด อายุไม่เท่าไหร่ก็เป็นป่วยไข้เสียชีวิตจากไปก่อนวัยอันควร หมอธรรมในสมัยนั้นทักว่า ยายเป็นคนมีดวงผีเสื้อสมุทรค่ะ
กล่าวก็คือ ดวงกินลูก ตอนนั้น ที่ลูกๆเสีย หมอธรรม ก็ตัดแบ่งร่างแยกส่วนกันแล้วแยกฝังคนละด้านเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กมากำเนิดอีกแต่ว่าจนแล้วจนรอด หมอธรรมเลยจำเป็นต้องมาประกอบพิธีที่ยายค่ะด้วยเหตุว่ามิฉะนั้น คุณยายจะไม่มีลูกสักคนเลย จนถึงตอนท้ายก็มีป้า น้าๆแม่ ทั้งหมดสี่คนอยู่รอดจนถึงในเวลานี้
เข้าเรื่องนะคะ ในสมัยนั้น นาข้าวและไร่สวนจะอยู่ไกลจากบ้าน ยายกับลูกทั้งหมด
ต้องเดินไปกลับระหว่างบ้านกับนาหลายกิโลค่ะ บางครั้งเหนื่อยกลับไม่ไหวก็นอนค้างกับบ้านญาติๆแถวนั้น แล้วค่อยกลับตอนย่ำรุ่งไม่ค่อยนอนที่เพิงพักที่สร้างไว้ เพราะเคยโดนผีหลอกจนต้องวิ่งออกมาอยู่กลางทาง
ก็เลยไปนอนค้างบ้านพี่น้องเสีย เห็นจะดียิ่งกว่ามาก
จนกระทั่งคืนวันหนึ่ง คืนนั้นเป็นคืนเดือนหงาย ฟ้าเปิด แม่ต้องการกลับบ้านมากแต่คุณยายกับญาติกลับไม่ไหว เอ็งเลยดื้อกลับเอง ยายก็พูดอะไรไม่ได้มากเพราะแม่เป็นคนที่ดื้อ และรั้นที่สุดในบรรดาลูกทั้งสี่คน เมื่อไม่มีใครกลับด้วยแกเลยเดินกลับคนเดียว โดยใช้เส้นทางเดิม ผ่านเนินเขา
สองข้างทางเป็นไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน นานๆจะมีบ้านสักหลังด้วยที่เป็นคืนเดือนเพ็ญและก็เงียบมาก แม่เดินมาได้กลางทาง ก็ปวดฉี่เลยหาที่เหมาะสมตรงริมทาง แม่มองหาได้สักครู่ก็มองเห็นตรงขอนต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งล้มนอนอยู่แม่เห็นอย่างนั้นจึงตรงเข้าไปนั่งยองข้างต้นไม้ต้นนั้น พอเสร็จสรรพกำลังจะลุกออกมา ไม่ทันได้ก้าวขาเดินก็มีเสียงหนึ่งเป็นเสียงผู้หญิงตะโกนเรียกมาจากตรงนั้น
ด้วยความที่แม่เป็นคนไม่กลัวอะไร ก็ขานรับ แล้วถามกลับไปว่านั่นใครแต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ก็เข้าใจว่าคงเป็นชาวบ้านแถวนั้นก็ไม่สนใจ เลยเดินกลับบ้านปกติหลังจากคืนนั้น แม่มาถึงบ้าน ได้สองสามวัน แม่ก็ล้มป่วยลง โดยไม่มีสาเหตุใดๆไม่ยอมกินข้าวปลา รักษากับยาอะไรก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แม่เล่าต่อว่าคุณยายเล่าให้แม่ฟังว่า วันต่อมา แม่เริ่มเพ้อ ถอดเสื้อถอดผ้าออกกระทั่งหมด
ใส่ให้เท่าไรก็ถอด แม้กระทั้งเอาผ้าที่มีไว้ห่มไปคลุมให้ก็ไม่เอา บ่นเพ้อว่าร้อนๆป้ากับน้าก็ได้แต่ว่ายืนมองแม่ จนถึงญาติๆคนอื่นๆที่รู้ข่าวมาเยี่ยมไข้ก็เห็นท่าไม่ดี บอกคุณยายว่า ควรพาไปโรงพยาบาล ยายเห็นควรด้วย จึงเข้าไปหาแม่บอกให้แม่ใส่เสื้อผ้า จะพาไปหาหมอที่โรงพยาบาล แม่ส่ายหน้าอย่างเดียวบอกไม่ไปๆ ญาติคนอื่นเลยพากันลากขึ้นรถ แม่ก็ดิ้นบอกไม่ไปๆตลอดทางจนถึงโรงพยาบาล แม่ก็ดีขึ้นชนิดว่าเกือบหายเองจนยายเองยังแปลกใจจึงพากลับมาบ้าน เมื่อมาถึงบ้าน แม่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม คือถอดเสื้อผ้าเพ้ออยู่คนเดียว จนมีญาติคนนึงเห็นท่าไม่ดีแล้ว จึงพูดกับยายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่มันไม่ปกติ ยาอะไรก็รักษาไม่ได้ หมอคนไหาย ก็คงต้องหมอผีหมอธรรมมายายที่ในเวลานั้นจนใจรวมทั้งสับสน ก็ให้พี่น้องคนนั้นไปตามแพทย์มาเมื่อแพทย์ธรรมมาถึง คุณยายก็ให้เครือญาติพาแพทย์ไปพบแม่ ซึ่งอยู่ภายในแล้วก็ในทันที ที่แพทย์ธรรมเดินเข้ามาในบ้าน แม่ซึ่งเพ้อๆอยู่ก็หยุดเพ้อ หันมามองหน้าหมอนิ่งเงียบ หมอธรรมนั่งตรงหน้าแม่ แล้วถาม

“เอ็งเป็นใคร…มาจากไหน?” แม่ไม่ตอบ นิ่งแล้วก็เงียบ
หมอธรรมถามอีกหลายรอบ จนถึงหมอถอนใจถามคำถามว่า
“ถามดีๆแล้ว จะตอบดีๆหรือจะให้สอนก่อนก็เลยจะตอบ”
ในที่สุด แม่ก็ยอมตอบว่า มาจากที่ตรงนั้น ที่แม่ไปฉี่ แม่ฉี่รดเขา
เขาเลยโกรธ เลยตามแม่มา หมอเลยบอกว่า ปล่อยแม่ไปเหอะ ยกโทษให้แม่
แม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถ้าจะอยู่ เบียดเบียนถัดไป ก็เป็นบาปต่อกัน

จากนั้น หมอก็พรมน้ำมนต์ให้ แล้วหันมากล่าวกับคนภายในที่ตรงนั้นว่า
ให้แม่นอนได้แล้ว หายแล้ว
หลังจากเรื่องในครั้งนั้นจนในตอนนี้ แม่ยังบอกเลยคะ ว่าภายหลังหายปกติ
เกือบจะไม่กล้าย่างกราย เฉียดขอนไม้ใหญ่อีกเลย แต่แม่ก็ไม่เลิกนิสัยไม่กลัวนี่นะคะ
อะไรแปลกๆกลางค่ำกลางคืนทักตลอด แม้แต่ยายห้ามก็ไม่ฟัง…

Continue Reading
ผีเฝ้าปั๊มน้ำมัน

ผีเฝ้าปั๊มน้ำมัน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีเฝ้าปั๊มน้ำมัน

ผีเฝ้าปั๊มน้ำมัน 

ผีเฝ้าปั๊มน้ำมัน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง…ช่วงเวลาเช้าวันอาทิตย์พวกเราไปงานแต่งงานของพี่น้องที่ จังหวัดบุรีรัมย์  ตอนเย็นก็อยู่กินเลี้ยงกันจนเย็น พองานเลิก..เราก็ขับขี่รถกลับไปอยู่ที่บ้านกับแม่และก็น้องชาย เวลานั้นตรงเวลาราวๆตี2ครึ่ง ถึงอำเภอพุทไธสง พวกเราปวดฉี่มากมาย ขับขี่รถมาตั้งนานก็ยังไม่พบปั๊มน้ำมัน จนตราบเท่ามาพบปั๊มPT ที่มองใหม่มากปั๊มสว่างรวมทั้งมองใหม่ต่างจากแถวนั้นที่พวกเราขับผ่านมาซึ่งมืดมาตลอดทางเราก็เลยแวะเข้าปั๊มเพื่อไปปล่อยกัน..

พวกเราหยุดรถข้างหน้าทางเข้าห้องน้ำ (พวกเราเองเป็นคนกลัวผีสูงถึงมากที่สุด ) แม่พวกเราขอคอยในรถ พวกเราก็เลยลากน้องชายไปเข้าห้องน้ำด้วย แม้ว่าจะเป็นห้องน้ำหญิงแต่ว่ามันก็ดึกมากแล้ว พวกเราก็เลยให้น้องชายไปยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำ.. เพียงพอพวกเราเข้าไปในสุขา ปิดประตูปุ๊บ..ไฟก็ดับ!!! พวกเราคิดว่าน้องชายแกล้งแน่นอนเลยตะเบ็งดุมันไปว่า “เอ็งปิดไฟเพราะเหตุใด..เปิดขณะนี้!!” น้องชายพวกเราก็เงียบไป พวกเราก็ตะโกนด่ามันอีก น้องชายพวกเราก็เลยตอบกลับมาด้วยเสียงสั่นเครือๆ
“ปิดไฟอะไรล่ะ ออกมาเลย..ออกมาในขณะนี้เลย” ตอนนั้นเราขนหัวลุกเลยค่ะ รีบไปเปิดประตูออกมา ส่วนน้องพวกเราวิ่งนำออกไปแล้ว พวกเราวิ่งออกมาถึงหน้าทางเข้าห้องน้ำ ปรากฎว่าทุกอย่างมืดสนิท บรรยากาศในปั๊มแปรไปคนละเรื่อง จากที่สว่างไสว เวลานี้ทุกอย่างมืดหมด มองดูอะไรแทบมองไม่เห็นเลย

พวกเราก้าวขาไม่ออกเลย ยืนแข็งคงที่ ครู่หนึ่งน้องพวกเราก็เลยวิ่งมาตีพวกเรา แล้วบอกให้พวกเรารีบขึ้นรถ พวกเราถึงก้าวขาออกแล้วรีบวิ่งขึ้นรถ แม่พวกเราสะดุ้งมากมาย ถามพวกเราว่ากำเนิดอะไรขึ้น มีโรคจิตในห้องน้ำหรอ??
เพราะสิ่งที่แม่มองเห็นเป็น… ทุกอย่างปกติดี ไฟในปั๊มก็สว่างราวกับตอนเข้ามา!!! เราพยายามจะสตาร์ทรถอยู่ยาวนานกว่าจะติด แล้วพวกเราก็รีบขับออกมาจากปั๊มพวกเราบอกให้แม่ทดลองหันกลับไปดูในปั๊มว่าคืออะไร แม่พูดว่าก็ธรรมดาดีมองเห็นคนเติมน้ำมันคนนึงยืนโบกไม้โบกมือให้อยู่เลย ส่วนน้องชายพวกเรามองเห็นทุกอย่างมืด ไฟในปั๊มดับหมดแล้วก็ปั๊มมองเก่าๆ!!! ระหว่างทางขับรถกลับไปอีกซักพักถึงจะพบปั๊มปตท.
เราเลยรีบแวะเข้าไปทำธุระส่วนตัวกัน รวมทั้งได้ซักถามคนเติมน้ำมันมอง ว่าแถวนี้มีปั๊มน้ำมันที่เปิดใหม่มั้ย ก็ได้คำตอบว่า “แถวนี้มีเพียงแค่ปั๊มนี้ เมื่อก่อนเคยมีปั๊มน้ำมันเล็กอยู่ แม้กระนั้นปิดร้างไปนานแล้ว”…

ตอนเช้าวันใหม่ ด้วยความคาใจ พวกเรากับน้องชายก็เลยชักชวนกันขับไปดูปั๊มเดิมอีกครั้ง ก็พบปั๊มนั้น แต่ว่ามันเป็นปั๊มน้ำมันร้างที่เก่ามากมาย มีใยแมงมุมขึ้นเต็มไปหมด!! พวกเรากับน้องเลยรีบขับขี่รถกลับกันแทบจะไม่ทัน…

ขอขอบคุณแหล่งที่มา facebook

Continue Reading
บุกเดี่ยวท้าผี

บุกเดี่ยวท้าผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

บุกเดี่ยวท้าผี
บุกเดี่ยวท้าผี 

บุกเดี่ยวท้าผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องนี้เกิดขึ้นจากความคิดที่คึกคะนองหรือเพียงแต่เนื่องจากท้านั้นก็ตามที ซึ่งคืนนั้นเป็นวันโกนตรงเวลา 2 ทุ่มก็ยังจัดว่าไม่ดึกดื่นนะ ฉันเดินออกมาจากบ้านไปพร้อมด้วยโทรศัพท์มือถือของฉัน มุ่งหน้าตรงไปยังต้นโพธิ์ที่

คนแถวนั้นเขาล่ำลือกันว่ามีหญิงสาวสถิตย์อยู่เรียกว่าไปบนหวยกันเลย เนื่องจากว่าได้ยินจากผู้คนแถวระแวกนั้น ระหว่างที่ฉันไปถึงฉันรีบเปิดโหมดโทรศัพท์ถ่าย คลิปวีดีโอ ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระหว่างที่ถ่ายอยู่นั้นก็มีเสียงหญิงกำลังเจรจากันขึ้นมาด้านข้างหูของฉัน แม้ว่ารอบๆนั้นไม่มีผู้ใดเลยเว้นเสียแต่ฉันผู้เดียว ฉันเลยถ่ายคลิปตรงรอบๆนั้นจนถึงไปถึงทางเดินเข้าบ้าน เมื่อฉันเข้ามาถึงที่หน้าบ้านแล้วนั้น ฉันก็เปิดคลิปวีดีโอที่ถ่ายทางมือถือมอง ก็ปรากฎว่ารอบๆนั้นไม่มีอะไรเลยนอกเหนือจากต้นโพธิ์ กลับมีเสียงหญิงสองคนสนทนากันดังขึ้นในคลิปโดยไม่มีพวกคุณปรากฎตัวอยู่ในคลิปเว้นแต่เสียงสิ่งเดียว เมื่อฉันมีความคิดเห็นว่าแบ๊ตเตอร์ปรี่โทรศัพท์ใกล้หมดแล้ว ฉันก็ชาร์ททิ้งเอาไว้เพื่อที่ว่ารุ่งเช้าค่อยถอดสายออก กลับปรากฎว่าโทรศัพท์ชาร์ทแบ๊ตเตอร์ปรี่ไม่เข้าเลย ฉันได้แต่คิดในใจว่า”เดี๋ยวก่อนไปทำงานฉันจะไปขออโหสิ” รวมทั้งชาร์ทต่ออีกที เรียกว่าเสียเวล่ำเวลาอีก 2 ชั่วโมง แบ๊ตโทรศัพท์เต็ม เมื่อฉันทำธุระเสร็จก่อนไปดำเนินการ ฉันเดินไปยังต้นโพธิ์ต้นนั้น ประนมมือไหว้บอกขออโหสิลาโทษกับสิ่งที่กระทำโดยฮึกเหิมหรือเพราะอยากท้า รวมทั้งเมื่อขอขมาเสร็จโทรศัพท์ก็ได้ธรรมดามาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ…

Continue Reading
ญี่ปุ่นทวงคืน

ญี่ปุ่นทวงคืน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ญี่ปุ่นทวงคืน

ญี่ปุ่นทวงคืน 

ญี่ปุ่นทวงคืน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

นักเรียนสองคน เจอห่อผ้าประหลาด 2 ห่อในตู้โบราณที่ตั้งอยู่ข้างในห้องจาริกานุสรณ์ เขาทั้งคู่ก็เลยเอามันกลับบ้านเป็น ของที่ระลึก โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เด็กคนแรกนอนฝันว่า เขากำลังเดินอยู่บนตึกยาว รวมทั้งได้ยินเสียงระเบิดจากเครื่องบินเป็นระยะ เมื่อเขาเดินผ่านห้องจาริกาฯ ก็มีทหารประเทศญี่ปุ่นสะพายปืนถลันออกมาจากห้อง ต่อว่าต่อขานเขาเป็นภาษาญี่ปุ่นที่เขาไม่รู้เรื่อง ตื่นเช้าตรู่มา เขารีบไปโรงเรียนเอาห่อผ้าไปคืน พบเพื่อนอีกคนที่เอาห่อผ้าหลับบ้านที่หน้าประตูโรงเรียน ต้องบอกให้ฟังในเรื่องที่ตนฝันเมื่อคืนนี้ ปรากฏว่า ทั้งสองคนฝันเหมือนกัน! และก็เมื่อแกะห่อผ้ามอง ทั้งสองคนต่างไม่รอช้าที่จะเอาไปคืนใส่ตู้โดยด่วนที่สุด เนื่องจากว่าสิ่งที่เจอในห่อผ้าเป็นขี้เถ้ากระดูกนั่นเอง!…

Continue Reading
ผีตายทั้งกลม

ตำนาน-เรื่องหลอน ผีตายทั้งกลม

ผีตายทั้งกลม

ผีตายทั้งกลม

ตำนาน-เรื่องหลอน ผีตายทั้งกลม

ต้นเหตุการตายที่ขึ้นชื่อลือชาได้ว่าสยดสยองแล้วก็มีความเฮี้ยนสูงสูงที่สุดอันดับหนึ่งของเมืองไทยอาจหนีไม่พ้นการ ตายท้องกลม หรือชี้แจงให้เข้าใจง่ายเพิ่มขึ้นก็คือเป็นการตายของหญิงที่กำลังตั้งท้องด้วยมูลเหตุต่างๆเป็นต้นว่า เสียชีวิตขณะออกลูก, เกิดอุบัติเหตุขณะตั้งครรภ์, ฆ่าตัวตาย, โดนการฆ่าสังหาร แล้วก็อื่นๆแล้วก็จากการที่ตนเองกำลังตั้งครรภ์ทำให้เกิดความเป็นห่วงแล้วก็ความอาฆาต ก็เลยเป็นต้นเหตุสำคัญที่พวกเราชอบได้ยินกันว่าผีตายท้องกลมนั้นค่อนข้างจะที่จะเฮี้ยนแล้วก็มีความน่าสยดสยองสูงกว่าผีปกติ

ตำนานผีด้านหลังท้องกลมในประเทศไทยที่มีชื่อเสียงแล้วก็เป็นที่โจษขานกันเยอะที่สุดอาจหนีไม่พ้นเรื่องของ “ผีแม่นาค พระโขนง” ดังถึงกับขนาดที่ว่าทำเป็นภาพยนตร์ก็รายได้ถล่มทลายกันอย่างยิ่งจริงๆ ความเป็นมาโดยประมาณโดยธรรมดาของประเด็นนี้ทุกคนก็คงจะทราบกันอยู่แล้วว่า มีคู่สมรสคู่หนึ่งดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายรอบๆลำคลองพระโขนง ถัดมาในตอนที่เมียท้องนั้นผัวจึงควรไปเข้ากรมทหาร เวลาเดียวกันทางเมียเมื่อถึงเวลาออกลูกเด็กในครรภ์ไม่สลับด้านทำให้เสียชีวิตลงอย่างน่าสลดหดหู่ใจ แต่ว่าเนื่องจากว่านึกถึง และก็เป็นห่วงผัวแทบจะสิ้นใจทำให้วิญญาณผีตายท้องกลมนี้ก็เลยไม่ยินยอมไปผุดไปกำเนิดเพื่อจะคอยให้ผัวกลับมา แล้วผู้ใดกันแน่ที่เข้าไปวุ่นวายในชีวิตของเขาอีกทั้ง 2 คนก็จะถูกตามหลอก จนกระทั่งมีพระอาจารย์โต พรหมรังสี ที่จะสามารถช่วยสะกดวิญญาณเอาไว้ได้แล้วก็เปลี่ยนเป็นตำนานกล่าวขานอย่างที่ได้ยินมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้

แม้จะเป็นตำนานที่ถูกกล่าวขวัญร่ำลือกันมานานแสนนาน แต่ถ้าว่าเรื่องผีตายท้องกลมนั้นยังคงเกิดเรื่องราวที่สุดสยดสยองสำหรับหลายๆคนมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าในปัจจุบันปัจจัยการเสียชีวิตท้องกลมจากการคลอดบุตรจะลดลงด้วยวิทยาการยุคใหม่ทางด้านการแพทย์ แต่ว่าการถึงแก่กรรมท้องกลมจากสิ่งอื่นๆพวกเรายังคงมีให้มองเห็นกันล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น การเช็ดกรังควานจนกระทั่งเสียชีวิต, การบาดหมางของผัวเมียนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการตัดสินใจที่โหดร้าย, การเกิดอุบัติเหตุบนถนนไม่ว่าจะเป็นการข้ามถนนแล้วโดนรถชนหรือการนั่งในรถยนต์แล้วรถชน แล้วก็ด้วยสาเหตุฯลฯที่เอามาสู่การตายท้องกลมของหญิงสาว

แน่ๆว่าเรื่องราวพวกนี้อาจไม่มีผู้ใดต้องการจะให้เกิดขึ้น เนื่องจากว่ามันเป็นการสูญเสียร่วมกันทั้งปวงสิ่งที่เพียงพอจะทำเป็นยอดเยี่ยมเป็นอุตสาหะดำรงชีวิตคู่อย่างมีสติสัมปชัญญะที่สุด เอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกันให้มากมายรวมทั้งจำต้องไม่ประมาทสำหรับการทำเรื่องต่างๆด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อที่พวกเราจะได้ไม่ต้องมองเห็นหรือได้ยินข่าวในทำนองนี้อีก…

Continue Reading

ลองดีล่าท้าผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ลองดีล่าท้าผี 

ลองดีล่าท้าผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เกิดเรื่องเมื่อสมัยผมยังเป็นวัยรุ่น ผมกับเพื่อนๆก็จะเป็นพวกถูกใจอะไร ที่ ลึกลับท้าทาย เคยไปบ้านร้าง ที่เค้าว่าเฮี้ยนกันมาบ้างแล้ว แต่ว่าก็ยังไม่เคยได้พบอะไร.. และก็พอดีตอนปิดเทอมหน้าร้อน ผมกับเพื่อนฝูงๆในทีม 4 คน นัดหมายกันท่องเที่ยวพัทยานะครับ มิได้จองที่พักไปก่อน เพราะว่าพวกผมไปกันวันปกติ กะไปพบบ้านพักเอาตอนไปถึง.. เพื่อนฝูงผมคนนึง เกิดไปได้ยิน เรื่องของบ้านเช่าราคาไม่แพงแห่งหนึ่ง จากคนแถวนั้น เค้าบอกมาว่าที่ราคาไม่แพง เพราะเจ้าของบ้าน ถูกฆ่าตายในห้องอาบน้ำ ผมกับเพื่อนพ้องๆก็ตื่นเต้นขึ้นมาโดยทันที รู้สึกว่าจะทดลองไปท้ากันมอง ด้วยการไปเล่นผีถ้วยแก้วกันที่โน่นเลย ด้วยเหตุว่าคิดกันว่า คงจะทำให้ใกล้วิญญาณได้มากที่สุด เลยไปติดต่อเช่าห้องดังกล่าว ในราคา 800 บาทต่อคืน

เมื่อพวกผมมาถึงบ้านเช่า ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว ชั้นเดี่ยว ก้าวแรกที่เข้ามา รอบๆบ้านมองงดงาม ค่อนข้างจะใหม่ ทุกๆอย่างปกติดี สุขาถูกทำความสะอาดอย่างยอดเยี่ยม กระทั่งไม่เหลือความน่าสยองใดๆก็ตาม.. เย็นวันนั้น ภายหลังที่พวกเรากลับมาจาก เล่นน้ำ แล้วก็ทานข้าวเย็น เมื่อก้าวเข้าสู่รอบๆบ้าน เสียงประตูปิดดัง ‘ปึ้ง..’ ดังมาจากด้านหลังของบ้าน พวกเรามองหน้ากัน.. ก่อนที่จะพากันเดินไปดูที่ข้างหลังบ้าน ซึ่งประตูห้องอาบน้ำ เป็นบานเดียวที่ปิด.. เนื่องจากว่าพวกผมมากัน 4 คน ความหวาดกลัว เปลี่ยนไปเป็นความท้า

คืนนั้น พวกเรานั่งล้อมวงเล่นผีถ้วยแก้วกัน ประกอบพิธีเชิญวิญญาณแถวนี้ แต่ครั้งใดก็ตามพวกเราเล่นผีถ้วยแก้ว ผมไม่เคยมีความคิดเห็นว่า แก้วมันจะขยับได้เองเลยสักหนึ่งครั้ง ท้ายที่สุดก็แปรไปเล่นไพ่กันแทน ครู่หนึ่งใหญ่ๆเพื่อนพ้องคนนึงก็จะไปอาบน้ำ แต่ว่าด้วยความอาจหาญๆกลัวๆมันก็ชักชวนเพื่อนฝูงอีกคนไปร่วมกัน เนื่องจากห้องสุขาจะมีอีกทั้งอ่าง และก็ส่วนห้องฝักบัว พวกมันสระผมกัน ผมได้ยินเสียงมันคุยกันดังออกมา ‘เฮ้ย แกอย่าเล่นแผลงสิวะ เอาแชมพูมาเทใส่หัว ตอนฉันล้างผม แล้วเมื่อใดฉันจะสระเสร็จ?’ แล้วพอเพียงอาบเสร็จ มันก็เดินโต้แย้งกันออกมาจากห้องน้ำว่า ‘แกนั่นแหละแกล้งเรา’

ต่อนี้ไปพอเพียงตาผมเข้าไปอาบน้ำ ผมก็เข้าไปกับสหายอีกคนนึง ผมเปิดฝักบัวอาบน้ำ และก็ในขณะที่ก้มตัวสระผม เพื่อนฝูงผมมันอาบเสร็จก่อน ออกไปรอหน้าห้องอาบน้ำ ส่วนผม กำลังจะล้างฟองออก แม้กระนั้นล้างอย่างไรก็ล้างไม่หมดสักครั้ง จนถึงผมหมดความทรหดอดทน ผมลืมตาขึ้นมา (ขณะก้มหัวสระผม) มองเห็นเท้าของผมเอง แต่ว่ามีเท้าของคนอีกคนยืนอยู่ข้างหลัง! ผมรู้เรื่องว่าเป็นเพื่อนผมมาแกล้ง เลยหันกลับไป สิ่งที่มองเห็นเป็น หญิงสาวที่มีผมยาวถึงข้างหลัง ร่างกายเปลือยล่อนจ้อน ผิวหนังซีดเซียวยุ่ย เสมือนคนถูกแช่น้ำมานาน ดวงตาแดงก่ำ เหมือนมีเลือดไหลในตา รวมทั้งในมือ กำลังถือขวดยาสระผม เทราดลงบประมาณนหัวของผม! แค่นั้นล่ะ ผมวิ่งแก้ผ้าออกมาจากสุขาในทันที กระโจนเข้ามากึ่งกลางวงสหายที่เล่นไพ่กันอยู่แบบไม่อายเลย

ทันทีทันใดไฟก็ดับลงเฉยๆเราได้แต่ว่าเอาโทรศัพท์มือถือ เปิดแสงสว่างจากจอกัน จู่ๆก็ได้กลิ่นธูป เหม็นคาวเลือดกระจายไปหมด และก็เสียงร้องโหยหวนของสตรี ดังมาจากในห้องสุขา! เพียงแค่นั้นล่ะ ผมสติดับวูบลงไปเลย.. มารู้สึกตัวอีกครั้งที่โรงหมอ หมอบอกว่า ป้าคนให้เช่าบ้านไปพบผมกับเพื่อนพ้องๆสลบอยู่ในบ้านเช่าหมดทั้งตัวมีแต่เลือด และก็ในห้องอาบน้ำก็มีแต่ว่าเลือดใหม่ๆเต็มพื้นไปหมด แต่ว่าพวกเรากลับมิได้มีรอยแผลอะไร อีกทั้งหมอ และพวกเราก็สับสนกันใหญ่.. ต่อจากนั้นนี่ พวกเราก็เชื่อเรื่องผี อย่างจริงจังกันเลยนะครับ…

Continue Reading
งานศพเพื่อน

งานศพเพื่อน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

งานศพเพื่อน

งานศพเพื่อน

งานศพเพื่อน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เมื่อคืนก่อนนะครับ ผมขับขี่รถกลับจาก งานฌาปนกิจ ศพเพื่อน ที่ชนบท มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร ขับมาผู้เดียวครับผม ตอนราวๆ 4 ทุ่มกว่า ก็ได้กลิ่นเหม็น แปลกๆเหม็นตุผมก็มีความรู้สึกว่า กลิ่นอาจจะมาขยะข้างถนน หรือท่อน้ำเสีย ก็เลยมิได้พึงพอใจอะไร ก็ขับถัดไปเรื่อย.. คุณพระ! ขวัญหายวูบเลย มองเห็นเงาคนวิ่งปาดหน้ารถยนต์ แล้วจู่ๆก็หายไปเฉยๆผมสะดุ้งมากมาย ทำอะไรผิด นึกในใจว่าอาจจะโดนเข้าแล้ว.. พอมีสติได้ รีบจับมือถือมา กดโทรไปพบเพื่อนฝูง สหายคนนี้เคยพบผีหลอก เพื่อนมันแนะนำว่า ให้ใช้พระคล้องคอสิ ผมก็หาพระ แม้กระนั้นเอ๊ะ! เมื่อสักครู่เราโทรไปเบอร์เพื่อนที่ตายไปแล้วนี่ เฮ้ย! กลัว..

แล้วหลังจากนั้นผมรีบเปิดประตูรถยนต์ วิ่งไปวิงวอน พอดีพบบ้านคน มีชาวบ้านแถวนั้น เขาบอกให้ไปพบตำรวจตรงสถานีใกล้ๆพอผมวิ่งไปพบตำรวจ ตำรวจกล่าวว่า ‘แถวนั้นไม่มีประชาชน ไม่มีบ้าน ไม่มีถนน จะขับไปได้ยังไง?’ ผมกลัวมากมาย คืนนั้นเลยขอนอนที่โรงพัก แล้วตำรวจร้อยเวร ก็เดินทะลุกำแพงไป ผมตกใจสลบไป.. พอเพียงฟื้นขึ้นมา ก็งงงัน เพราะเหตุใดผมมานอนอยู่ที่วัด บนศาลาวัด เฮ้ย! นี่มันที่งาน งานศพเพื่อน ผมนี่ แต่ว่าพอเดินไปดูรูปที่ตั้งหน้าศพ มันไม่ใช่รูปสหายผมนี่ แต่ว่ามันกลายเป็นตำรวจร้อยเวรเมื่อคืนนี้!

คุณพระ! ผมนี่รีบวิ่งหนีออกมาจากวัดไป วิ่งๆๆๆๆคิดขึ้นได้ผมมีรถยนต์ รถยนต์ผมอยู่ไหนนะ? ตะเบ็งหารถ อยู่ๆก็มองเห็นรถยนต์ตัวเองหยุดอยู่ ผมก็ขับขี่รถหนีๆๆๆขับไปครู่หนึ่ง.. ชายตามองกระจกหลัง มองเห็นคนนั่งด้านหลัง พอหันไปมอง เฮ้ย! ประชาชนที่ผมถามทางเมื่อคืนนี้ เข้ามาได้ยังไง!? ยิ่งกลัวเข้าไปอีก ขนก้นลุกเลย ผมหักพวงดอกไม้รถยนต์ลงข้างทาง.. ประชาชนที่นั่งมาถือมือถือขึ้นมาโทร เอ๊ะ! โน่นมือถือผม! ผมกระโจนถีบ แย่งโทรศัพท์เคลื่อนที่มา ผมเข้าเฟสบุ๊ค เอาเรื่องนี้มาโพส มีคนบ้าอ่านกันเต็มเลย..…

Continue Reading
ผีในห้องเพื่อน

ผีในห้องเพื่อน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีในห้องเพื่อน
ผีในห้องเพื่อน

ผีในห้องเพื่อน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ก่อนอื่นขอแทนตัวเองว่า น่า นะคะ ตัวน่าเองเป็นคนจังหวัด สงขลา แต่ว่าไปโตที่กรุงเทพฯ ย้อนไปเมื่อราวๆ 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นตอนๆที่กำลังจะย้ายกลับไปอยู่ใต้ เป็นอีกราวๆ 1 อาทิตย์ต้องกลับแล้ว แต่ว่ายังต้องการทิ้งทวนจังหวัดกรุงเทพ ก่อนกลับ ก็เลยไปอยู่ที่หอพักเพื่อน เพราะว่าในตอนนั้นหอน่าเองหมดสัญญาพอดี

ระหว่างที่ไปอยู่กับเพื่อนพ้องตอน 2-3 วันแรก ทั้งหมดทุกอย่างธรรมดาดี พอเพียงเข้าวันที่ 4 ได้มั้งถ้าหากจำไม่ผิด วันนั้นเพื่อนพ้องน่าบอกจะไปไหว้พระ มันก็เชิญน่านะ ว่าจะไปด้วยไหม? ไอ้พวกเราก็แขกยังไง ไม่เคยทราบจะไปเพราะเหตุไร เลยขอนอนอยู่ที่ห้องดีมากกว่า

แล้วน่าก็ตื่นมาโดยไม่เคยทราบเวลาว่ากี่นาฬิกาแล้ว ลืมตามามองเห็นเพื่อนฝูงนอนอยู่ด้านข้างหันหลังให้ สวมเสื้อกล้ามสีชมพู เลยมีความรู้สึกว่าคงจะนอนเก็บแรงก่อน ด้วยเหตุว่าสหายน่าดำเนินการยามค่ำคืน ในตอนนั้นมิได้คิดอะไร เลยหลับต่อ.. นอนไปได้แป๊บ ก็รู้สึกแปลกๆราวกับมีคนดูอยู่ เลยลืมตามาดู ในขณะนั้นน่านอนเอียง น่าก็มองเห็นเพื่อนฝูงนอนอยู่ด้านข้างแต่ว่าโอกาสนี้นางอยู่ในท่านอนคว่ำ เอาศอกชันตัวขึ้นนิดนึง เอียงคอหันมาจ้องหน้าพวกเรา แล้วยิ้มแปลกๆเป็นปากยิ้ม แม้กระนั้นตาไม่ยิ้ม.. พร้อมด้วยได้หัวเราะในคอ ‘หึหึ..’ เสียงนั้นยังคิดออกติดหูอยู่เลย

ในตอนนั้นคิดในใจว่า ‘ไม่ใช่ละ ไม่ดีเหมือนปกติ’ น่าก็หลับตาทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ว่าในใจเป็นสั่นไปหมดละ ทดลองกลับตัวกลับมานอนหงาย แม้กระนั้นไม่ลืมเลือนตานะ โอ้ย อีห่า!! มันกระโจนบนที่พักผ่อน ตึงๆเลยนะ น่าก็ท่องไว้ภายในจิตใจว่า ‘อย่าลืมตานะๆนิ่งไว้..’ เดี๋ยวเดียวเสียงก็เงียบไป คิดในใจโทรศัพท์ข้าอยู่ไหน ซ้ายหรือขวา? จะได้คว้าเลย แม้กระนั้นจำไม่ได้ น่าเลยจะต้องเบาๆลืมตา แต่ว่าตายังไม่ทันเปิดกว้าง ก็มองเห็นมันอยู่มุมห้อง! มันวิ่งพุ่งมาใส่เลยจ้าาา!! เสมือนพุ่งมาใส่ตัวเราแล้วหายวับไป น่านี่กระโจนออกมาจากเตียงพุ่งไปตรงประตูด้วยความเร็วแสงสว่าง

ออกมาเป็นโพล้เพล้พอดิบพอดี จำต้องมีสติอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะเบาๆเดินเข้าไปเอาโทรศัพท์ มองเวลาโดยประมาณ 6 นาฬิกาเย็น อย่างแรกที่ทำเป็นโทรศัพท์หาสหาย

น่า: ‘เอ็งอยู่ไหน?’
เพื่อน: ‘กำลังกลับละ โทษครั้งช้าหน่อย แวะซื้อของ’
น่า: ‘แล้วเมื่อตะกี้แกได้แวะเข้ามาที่ห้องมั้ย?’
เพื่อน: ‘จะแวะไปอย่างไร อยู่คนละฟาก พูดเหมือนใกล้’
น่า: ‘อืมมมม รีบกลับนะ..’

วางสายรวมทั้งนั่งทบทวนว่า เมื่อเช้าเพื่อนใส่ชุดอะไร? เป็นเอาจริงเอาจังๆมันก็ไม่ใช่เพื่อนฝูงตั้งแต่นอนหันหลังให้แล้วสินะ? แล้วเพราะเหตุใดเค้าถีงมาหลอกพวกเราในลักษณะของเพื่อนฝูงได้? ยิ่งคิดก็ยิ่งขนลุก.. สรุปน่านั่งหน้าห้องคอยจนกระทั่งสหายกลับมา พอเพียงสหายกลับมาก็รีบเล่าให้ฟัง ต่อจากนั้นน่าก็ไม่เคยอยู่ห้องเพื่อนฝูงผู้เดียวอีกเลย เพื่อนฝูงไปไหนไปด้วยแรง ติดราวกับลูก ไม่ใช่อะไรหรอกนะ ‘กลัวผี!’…

Continue Reading
เดี๋ยวพี่ไปส่ง

เดี๋ยวพี่ไปส่ง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เดี๋ยวพี่ไปส่ง

เดี๋ยวพี่ไปส่ง 

เดี๋ยวพี่ไปส่ง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องนี้มาจากคุณยุ้ย (นามสมมติ) ครับ เกิดเรื่องราวของสองลูกพี่ลูกน้องลูกแพทย์ ที่ตามพ่อมาออกเวรที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ขณะนั้นตรงเวลา 5 ทุ่มกว่าแล้ว ทั้งสองก็เบื่อกับการนั่งอยู่เฉยๆเลยพากันออกไปเดินเที่ยวแถวนั้น ซึ่งหารู้ไม่ว่ามันเป็นห้องเก็บศพ เพียงพอเดินไปเดินมาทั้งคู่กลับหลงจนถึงหาทางกลับไปห้องเวรของบิดาผิด โชคดีที่มี คนป่วยหญิง คนหนึ่งเดินผ่านมา รวมทั้งสมัครใจจะช่วยพาไปส่งให้ โดยพูดว่า ‘แถวนี้มันอันตราย..ผีเยอะแยะ!’ ด้วยความหวาดกลัว สองลูกพี่ลูกน้องก็เลยรีบจับมือตามคนเจ็บคนนั้นไป โดยมองเห็นด้ายสายสิญจน์ที่ผูกอยู่ที่ข้อมือของคุณด้วย แต่ว่าก็มิได้ถามอะไร..

จนมาส่งถึงห้องเวร ทั้งสองจึงหันไปขอบคุณคนไข้ผู้หญิงคนนั้น เธอตอบกลับว่า ‘พี่ยินดีที่จะช่วยจ้ะ ถ้าว่างๆ ก็ไปคุยเป็นเพื่อนพี่ที่ห้อง 139 หน่อยนะ พี่เหงา..’ พอเธอเดินกลับไป เด็กๆ ก็เดินเข้าไปในห้องเวร พยาบาลต่างมองทั้งคู่เป็นตาเดียว แล้วถามว่า ‘เมื่อกี้หนูคุยกับใครเหรอ พี่ไม่เห็นมีใครอยู่ตรงนั้นเลย!?’

พอรุ่งเช้าสองพี่น้องได้เล่าให้พ่อฟัง พ่อเลยจะพาไปที่ห้อง 139 เพื่อขอบคุณคนไข้คนนั้นเสียหน่อย แต่พอไปถึง พยาบาลกลับบอกว่า ‘คนไข้ผู้หญิงห้องนี้ เธอเสียไปเมื่อ 2 วันที่แล้วค่ะ..’

ขอขอบคุณแหล่งที่มา thehouse.online…

Continue Reading