Gaston Laroux

ผีที่โรงละครโอเปร่า การ์นิเย่ แห่งกรุงปารีส เรื่องราวความรักของ Gaston Laroux

Gaston Laroux

เป็นเรื่องราวความรักของ Gaston Laroux ที่เป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก แต่ในความเป็นจริงจุดเริ่มต้นของความในรักครั้งนี้ไม่ได้สวยหวานโรแมนติกสักเท่าไหร่ ถ้าหากเพื่อนๆ ได้มีโอกาสไปทัวร์ชั้นใต้ของโรงละครโอเปร่าแห่งนี้แล้ว อาจจะเดาได้ไม่ยากว่าทำไมผีถึงต้องมาสิงอยู่ที่นี่ ในอีกตำนานที่เป็นแรงบันดาลใจของละครเวทีชื่อดังเรื่องนี้ มาจากเรื่องราวในปี 1896 ในขณะที่โคมไฟแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่หล่นลงมาทับร่างของคนงานก่อสร้างเสียงชีวิตเป็นจำนวนหลายคน

ซึ่งไม่ว่าตำนานไหนจะเป็นเรื่องจริง หรือ เรื่องแต่ง แต่ Leroux ก็ได้อ้างและยืนยันว่ามีผีที่โรงละครโอเปร่าแห่งนี้จริงๆ และหากใครอยากไปพิสูจน์ก็จองตั๋วเข้าชมแบบด่วนๆ!…

Continue Reading
แร้งวัดสระเกศ

วัดสระเกศ ศพเผาไม่ทัน กองเป็นภูเขาเลากา

แร้งวัดสระเกศ สมัยรัชกาลที่ 1

แร้งวัดสระเกศ “วัดสระเกศ” อีกที่ที่ทุกคนคุ้นเคย หากย้อนไปในสมัยรัชกาลที่ 1 ศูนย์รวมของชุมชน บ้านเรือนผู้คนจะอยู่ภายในกำแพงเมือง ส่วนนอกกำแพงจะมีการทำนาหรือเกษตรกรเป็นส่วนใหญ่ ภายในกำแพงเมืองนี้ ถือธรรมเนียมกันว่า ถ้าหากมีคนเสียชีวิตจะต้องขนศพออกไปเผาด้านนอกกำแพงเมือง และทางออกที่ใช้ขนศพออกไปคือ ประตูทิศตะวันออกของเมือง เมื่อระบุตามตำแหน่งคือ บริเวณใกล้สี่แยกสำราญราชในปัจจุบันนั้นเอง ประตูนี้ถูกเรียกขานว่าประตูผี โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดโรคระบาดในพระนคร และเมืองใกล้เคียงในสมัยรัชกาลที่ 2 ด้วยโรคห่าหรืออหิวาตกโรคระบาดไปทั่วทำให้มีคนตายหลายหมื่นคน มีศพจำนวนมากถูกลำเรียงผ่านประตูผี ไปยังวัดสระเกศซึ่งอยู่ติดๆกันเรียกว่า ว่ากันว่ามีศพมากมายกองพะเนินวัดไม่สามารถเผาหรือฝังได้ทัน จึงต้องขุดหลุมขนาดใหญ่แล้วฝังลงไปในหลุมเดียวกันคราวละมากๆ แต่จำนวนศพที่มากเกินไป ทำให้ฝูงแร้งแห่กันมาจิกกินซากศพกันเป็นอาหาร

ครั้นมาถึงในสมัยรัชกาลที่ 3 และสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ยังเกิดโรคระบาดซ้ำขึ้นอีก วัดสระเกศก็ยังประสบปัญหาเผาศพไม่ทันเหมือนเดิม ทำให้กลายเป็นแหล่งหากินของฝูงแร้งมาจิกกินซากศพ จนมีคำเรียกว่าแร้งวัดศระเกศเกิดขึ้นในช่วงนั้นเอง

ปัจจุบันไม่มีประตูผีให้เห็นกันอีกแล้ว เพราะการตัดถนนบำรุงเมืองผ่านประตูผี และมีการลื้อถอนประตูเมืองและกำแพงออกไป ประตูผีจึงเหลือแค่ชื่อไว้ให้ระลึกถึง…

Continue Reading
ลานประหาร วิญญาณเฮี้ยน

ตำนานวิญญาณเฮี้ยน ณ.ลานประหาร วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

ลานประหาร วิญญาณเฮี้ยน

ลานประหาร วิญญาณเฮี้ยน ตำนานวิญญาณเฮี้ยน ณ.ลานประหารวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ เดิมชื่อวัดเมือง จ.ฉะเชิงเทรา การประหารชีวิตอั้งยี่ ที่วัดเมืองเมื่อปี 2391 ในสมัยรัชกาลที่ 3 ครั้งนั้นเป็นข่าวดังไปทั่วหัวเมืองต่างๆ บ้างรู้สึกสาสมใจ บ้างรู้สึกสงสารและเกิดทุกขเวทนา

ศพอั้งยี่แต่ละศพเป็นผีหัวขาด ถูกไปฝังแบบไร้ญาติ ไม่มีใครกล้านำศพไปทำพิธีให้ถูกต้องตามประเพณี เพราะเกรงว่าอาจจะถูกประหารตามไปด้วย ข้อหาสมรู้ร่วมคิด จึงจำต้องปล่อยให้พ่อ แม่ ลูก และพี่น้องของตัวเองถูกตัดหัวไปต่อหน้าต่อตา

ความตายอั้งยี่นั้นทุกข์ทรมานนัก ณ.จิตสุดท้ายก่อนสิ้นลมเต็มไปด้วยความกลัว และมีอารมณ์โกรธแค้น ชิงชัง ยามที่วิญญาณออกจากร่าง จิตจึงยึดอารมณ์ดังกล่าวเป็นที่ตั้ง จนนำพาไปยังทุกขติยภูมิ อยู่ในโลกวิญญาณ ในภพภูมิที่ทุกข์ทรมาน แรงอาฆาตพยาบาลความแค้น ที่ฝังใจก่อนความตาย ทำให้วิญญาณแต่ละดวงไม่สงบสุข หาทางไปเกิดไม่ได้ เพราะเป็นวิญญาณที่ตายโหง ที่ยังไม่ถึงเวลาตาย ด้วยกรรมมาตัดรอน จำต้องตาย วิญญาณทั้งหลายจึงได้สิงสถิตอยู่ในวัดเมืองเต็มไปหมด วัดเมืองจึงขึ้นชื่อว่าเป็นวัดผีดุมานับตั้งแต่นั้นมา

ด้วยกิตติศักดิ์ความเฮี้ยน ที่เคยมีผู้พบเห็นอั้งยี่ ประสบหลายคนเล่าว่าเห็นคนจีนเลือดท่วมหัว หิ้วหัวเดินรอบวัด บางคนเป็นคนแขนขาด ขาขาด ไส้ไหลเดินโซซัดโซเซ ผอมเหลือแต่กระดูก สภาพอดอยาก หิวโหย ไม่มีใครทำบุญให้ เพราะญาติพี่น้อง หรือคนรู้จักคงจะกลัวว่า ถ้าจะนำเครื่องเซ่นไหว้ตามประเพณีจีนกลัวจะถูกจับอีก จนวิญญาณอดโซทรมาน จึงได้ออกอาระวาด หลอกหลอนหนักขึ้นไปอีก…

Continue Reading
โรงแรมรูปตัวแอล

โรงแรมหลอนรูปตัวแอล ที่เชียงใหม่

โรงแรมรูปตัวแอล สุดหลอน

โรงแรมรูปตัวแอล ที่หลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องเล่าในเดอะช๊อค เพราะเป็นเรื่องที่ดังและน่ากลัวมาก เป็นโรงแรมที่มีอาณาบริเวณใกล้เคียงกับโรงพยาบาล ที่เชียงใหม่ บอกไว้เลยว่า มีอยู่ 2 ที่เท่านั้น

เรื่องก็คือคนเล่าไปเที่ยวช่วงปีใหม่ โรงแรมที่พักก็เป็นโรงแรม 5 ดาวของเชียงใหม่แล้วก็จองห้องไว้ แต่มาถึงเช้าแขกก็ยังไม่เช็คอินห้องที่จะพักออก ก็เลยขอเปลี่ยนห้องที่ว่างได้ห้องใหม่ที่ไม่ได้จองไว้ ซึ่งคนเล่าก็มากับเพื่อนทั้งหมดรวมตัวเองเป็นสามคนเพื่อนคนนึงก็เปิดหน้าต่างห้อง ก็เห็นว่าหน้าต่างตรงกับดาดฟ้าโรงพยาบาลพอดีแล้วเพื่อนคนนี้ปกติก็เป็นคนปากเร็ว ก้เลยพูดไม่คิดว่า “โห เห็นดาดฟ้าโรงพยาบาลเลยหรอนี่ อัปมงคลสุดๆ”แต่ยังไม่มีใครคิดอะไร ก็ออกไปเที่ยวกัน กลับมา เพื่อนคนเดิมไปเปิดหน้าต่าง เห็นผู้หญิงอยู่บนดาดฟ้าเลยพูดว่า “คนบ้าอะไรว่ะ ไปนั่งอยู่คนเดียว” คนที่นั่งเป็นผู้หญิง ใส่ชุดโรงบาล คนเล่าคิดว่าสงสัยเค้าออกมานั่งเคาว์ดาวน์มั้ง เลยออกไปเที่ยวกันตอนกลางคืน

หลังเคาว์ดาวน์เสร็จกลับมา นอนได้ยินเสียงเหมือนคนใช้เล็บกรีดกระจก ซึ่งมีหน้าต่างอยู่ตรงข้างเตียง และบนหัวเตียงของห้องด้วย เสียงกรีดกระจกดังไล่มาจากข้างเตียงถึงหัวเตียงเลยนอกจากเสียงกรีดกระจกแล้ว เป็นเสียงร้องกรี๊ดๆ แล้วเสียงหัวเราะอ่ะ เพื่อนเจ้าของเรื่องเปิดม่านดูเห็นเป็นผู้หญิงเอาหน้ามาติดกระจก แล้วใช้นิ้วกรีดๆ กระจก หัวเราะฮะ ฮะ เห็นแบบนั้น คนเล่ากับเพื่อนเลยรีบลงมาที่ล็อบบี้ บอกพนักงานที่ฟร๊อน เค้าเข้าใจว่าเพราะทานแอลกอฮอล์กันรึปล่าวแต่คนเล่าบอกว่าไม่ได้กิน คนที่กินมีแค่เพื่อนในกลุ่มคนเดียว แต่เพื่อนเค้าอีกคนกับเค้าไม่ได้ดื่มทางโรงแรมเลยจะเปลี่ยนห้องให้ แต่ต้องรอตอนเช้า เพราะแขกยังไม่เช็คเอาท์ออก คนเล่ากับเพื่อนก็ไม่กล้าขึ้นไปแล้ว นั่งรออยู่ล็อบบี้ ดื่มกาแฟไป จนถึงเช้า แขกออกย้ายไปอีกห้อง ถัดจากห้องเดิมไป 4 ห้อง แต่เปลี่ยนโรงแรมไม่ได้เพราะทุกที่เต็มหมด จะกลับก็ไม่ได้ เพราะจองตั๋วรถที่จะกลับ วางแผนการเดินทางไว้หมดแล้วเลยจำใจอยู่

คืนต่อมายังเจอผู้หญิงคนนี้ คนเดิม เวลาเดิม ใช้เล็บกรีดกระจก พร้อมกรี๊ดส่งเสียงร้องว่า กูจะฆ่าเมิง คนเล่ากับเพื่อนลงมาที่ล็อบบี้อีกถามพนักงานฟร้อนท์ ยืนยันว่าห้องที่อยู่ไม่มีเหตุการณ์อะไร คนเล่าไม่กล้าขึ้นไปนอนอีก เลยอยู่ที่ล็อบบี้ก็มีแม่บ้านเข้ามาถาม เจ้าของเรื่องก็เล่าที่เจอให้ฟัง ป้าเลยถามว่า อยากฟังไหม ถ้าอยากจะเล่าให้ฟัง พนักงานใหม่ไม่ค่อยรู้หรอก

แต่ก่อนมีผู้ชายคนนึงมาสัมนาที่นี้ แล้วภรรยาตามมาด้วย ภรรยากำลังท้องอยู่ สามีมาที่นี้ก็แอบหนีไปเที่ยวกลางคืน ไปนอนกับเด็กงี้ ผู้หญิงเสียใจ มีปากเสียง จะฆ่าตัวตาย กรีดข้อมือในห้องนั้นแหละ แต่ไม่สำเร็จถูกช่วยไว้ทัน เอาตัวส่งโรงบาล แต่สามีไม่เยี่ยมไม่สนใจเที่ยวเหมือนเดิม วันนึง เสียงโทรศัพท์สามีดัง ภรรยาบอกว่าให้มองออกมาที่นอกหน้าต่างสิ พอผู้ชายมอง เห็นภรรยาตัวเองอยู่บนดาดฟ้าถือโทรศัพท์อยู่ แล้ววิ่งโดดลงไปต่อหน้าสามีเลย ก็เสียชีวิต! ว่ากันว่า มีคนเห็นเธอกระโดดลงมาจากดาดฟ้า ทุกคืน วันพระ เพราะเธอต้องชดใช้กรรมฆ่าตัวตาย และอายุขัย ที่ยังไม่หมด ต้องทำแบบนั้นทุกๆวันจนกว่าจะ ครบอายุขัย !

ส่วนเป็นโรงแรม อะไร ลองเดากันเอานะครับ ผมเองไม่ใช่คนเชียงใหม่ซะด้วยสิ !! โรงแรมตัว L มองไปเห็น โรงพยาบาล…

Continue Reading

ตำนานเมืองล้านนา ผู้เสียสละ เจดีย์กิ่ว

ผู้เสียสละ เจดีย์กิ่ว

ผู้เสียสละ เจดีย์กิ่ว เจดีย์เป็นเจดีย์สีขาว ไม่ได้ตั้งอยู่ในวัด แต่ตั้งอยู่กลางถนน เป็นวงเวียนให้รถวนรอบ อยู่ที่บริเวณด้านหน้าของเทศบาลนครเชียงใหม่ ใกล้กับสถานกงศุลอเมริกา อีกด้านหนึ่งอยู่ติดแม่น้ำปิงซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดเชียงใหม่ เจดีย์ขาว หรือที่ชาวเขียงใหม่เรียก “เจดีย์กิ่ว” นั้นสร้างแต่สมัยไหนไม่มีใครทราบ แต่ในตำนานเล่าไว้ว่า

ในสมัยหนึ่งเมืองเชียงใหม่ ได้ถูกข้าศึกยกกองทัพมาประชิดเมือง แม่ทัพฝ่ายข้าศึกได้มาท้าประลองการแข่งขันดำน้ำ ในแม่น้ำปิง ถ้าฝ่ายไหนดำน้ำได้นานจะเป็นฝ่ายชนะ ฝ่ายไหนแพ้ต้องเสียเมือง(ตกเป็นเมืองขึ้น) ให้หาคนมาแข่งขันภายใน 3 วัน เจ้าเมืองเชียงใหม่จึงได้ป่าวประกาศรับสมัครหาคนเป็นตัวแทนมาแข่งขันกับฝ่ายข้าศึก แต่ก็ไม่มีใครกล้ามาสมัครแข่งขัน เพราะเชียงใหม่อยู่ในภูมิประเทศที่ดอน คนเชียงใหม่จึงไม่ค่อยชำนาญเรื่องในทางน้ำ เวลาผ่านไปสองวัน ไม่มีใครมาสมัคร ท่านเจ้าเมืองจึงให้คนไปป่าวประกาศในพื้นที่รอบนอกเมืองบ้าง

จนมาถึงบ้านปู่เปียงซึ่งอาศัยอยู่ในห้างนานอกเมือง ปู่เปียงเป็นคนแก่อายุค่อนข้างมาก ไม่มีลูกหลาน อยู่ตัวคนเดียว เมื่อรู้ข่าวเมืองเชียงใหม่ถูกข้าศึกยกทัพมาประชิดเมือง และท้าให้คนเมืองเชียงใหม่นั้นแข่งกันดำน้ำ แกจึงคิดที่จะตอบแทนคุณของบ้านเมืองจึงเข้าไป รับอาสาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้

เมื่อถึงเวลากำหนดนัดหมาย ต่างก็มาสู่สถานที่แข่งขัน ณ ที่ท่าแม่น้ำปิง…ตัวแทนทั้งสองฝ่ายต่างก็ดำลงไปในน้ำพร้อมกัน นับเป็นเวลานาน ปรากฎว่าตัวแทนฝ่ายข้าศึกโผล่ขึ้นมาก่อน…จึงถือว่าแพ้ ก็ได้ยกกองทัพกลับไป ฝ่ายปู่เปียงดำน้ำเป็นเวลานาน ก็ไม่โผล่ขึ้นมาสักที ท่านเจ้าเมืองจึงให้คนดำลงไปดู ปรากฎว่า ปู่เปียง ใช้ผ้าต่อง(ผ้าขะม้า)มัดมือตนเองติดกับเสาหลักไต้น้ำ ถึงแก่ความตาย เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความดีของปู่เปียง ที่สละชีวิตตนเอง เพื่อปกป้องบ้านเมืองเชียงใหม่เอาไว้ เจ้าเมืองเชียงใหม่จึงได้สร้างเจดีย์ขึ้นตรงนั้นนั่นเอง

หากท่านได้อ่านแล้ว จะเป็นบุญกุศลต่อประเทศชาติไม่น้อย ขอความกรุณาช่วยแชร์ต่อให้ด้วย เพื่อประกาศคุณความดีของบุคคลในอดีตที่รักชาติ รักแผ่นดินถิ่นเกิด ยอมเสียสละแม้กระทั้งชีวิตตนเองเพื่อรักษาแดนมาตุภูมิ จะทำให้ทุกคนในประเทศไทย รู้สึกสำนึกรักประเทศชาติขึ้นมาบ้าง…

Continue Reading
Jorogumo

โจโระกุโมะ Jorogumo ปีศาจสาวจากตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่น

Jorogumo

Jorogumo อีกหนึ่งปีศาจสาวในตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่น โจโระกุโมะ ก็คือแมงมุมยักษ์ที่มีอายุยืนยาวกว่า 400 ปีจนกลายเป็นปีศาจที่มีพลังเวทมนตร์ที่แกร่งกล้า เธอมักกลายร่างเป็นหญิงสาวหน้าตาสละสวยเพื่อล่อหนุ่มหล่อเข้าไปติดกับในถ้ำของเธอ จากนั้นก็จัดการมัดเหยื่อด้วยใยแมงมุมและกินพวกอย่างเอร็ดอร่อย…

Continue Reading

ลา ซีกัว (LaCegua)

ปีศาจหญิง ลา ซีกัว

ปีศาจหญิง ลา ซีกัว เป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติตัวนี้มมาจากตำนานพื้นบ้านของชาวนิคารากัวที่มีความสามารถในการแปลงกายเป็นสิ่งต่างๆ ได้ โดยปกติแล้วมันจะกลายร่างเป็นหญิงสาวผมยาวที่มีเสน่ห์อันเย้ายวน มาคอยหลอกล่อคนเมาและผู้ชายใจง่ายทั้งหลายแหล่ ก่อนที่สุดท้ายมันจะเผยร่างกายจริงที่มีหัวกระโหลกคล้ายม้าออกมา คำพูดที่น่าขนลุกของมันจะทำให้เหยื่อเสียสติไปโดยในทันที…

Continue Reading
ผีที่โรงละครโอเปร่า

สยองต่างแดน ผีที่โรงละครโอเปร่า การ์นิเย่ แห่งกรุงปารีส

ผีที่โรงละครโอเปร่า

ผีที่โรงละครโอเปร่า เป็นเรื่องราวความรักของ Gaston Laroux เป็นที่กล่าวขานทั่วโลก แต่ในความเป็นจริงจุดเริ่มต้นของความรักครั้งนี้ไม่ได้สวยหวานโรแมนติกเสียเท่าไหร่ แต่หากเพื่อนๆ ได้มีโอกาสไปทัวร์ชั้นใต้ของโรงละครโอเปร่าแห่งนี้แล้ว อาจจะเดาไม่ยากว่าทำไมผีถึงต้องมาสิงอยู่ที่นี่ ในอีกตำนานที่เป็นแรงบันดาลใจของละครเวทีชื่อดังเรื่องนี้ มาจากเรื่องราวในปี 1896 ในขณะที่โคมไฟแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่หล่นลงมาทับร่างของคนงานก่อสร้างเสียงชีวิตจำนวนหลายคน

ไม่ว่าตำนานไหนจะเป็นเรื่องจริง หรือ เรื่องแต่ง แต่ Leroux ก็ได้อ้างและยืนยันว่ามีผีที่โรงละครโอเปร่าแห่งนี้จริงๆ แต่หากใครอยากไปพิสูจน์ก็จองตั๋วเข้าชมกันแบบด่วนๆ!…

Continue Reading
สัมผัสของปีศาจ

สัมผัสของปีศาจ เรื่องสยองสุดหวีด

สัมผัสของปีศาจ

สัมผัสของปีศาจ ครอบครัวของฉันนั้นมักจะเจอเรื่องราวแปลกๆ อยู่เสมอ แต่ฉันก็ไม่เคยเชื่อพวกเขาเลยจนกระทั่ง 2 ปี

ก่อน ในขณะที่เราทุกคนนอนหลับอยู่ในห้องของตัวเอง อยู่ๆ แม่ น้องสาว และตัวฉันเองก็ต้องตื่นเพราะได้ยินเสียงกรีด

ร้องที่โหยหวนขึ้น ฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง จนวิ่งออกมาออกน้องนอน และก็พบว่าคนอื่นๆ ก็กำลังหวาดกลัว ภาย

หลังฉันเพิ่งทราบว่าแม่และน้องสาวเองก็เคยเจอประสบการณ์อย่างนี้มาแล้วเหมือนกัน น้องสาวฉันในวัย 5 ขวบเคยบอก

ว่า “ปีศาจมาสัมผัสเรา” ซึ่งตอนนั้นเองยังไม่มีใครอธิบายแนวคิดเรื่อง “ปีศาจ” ให้กับเธอเลย………

Continue Reading
สุดหลอน ต่างรัฐ

เพื่อนในจินตนาการ สุดหลอน “เพื่อนในจินตนาการ”

สุดหลอน ต่างรัฐ

สุดหลอน ต่างรัฐ ในตอนฉันอายุ 13 ฉันนั้นอยู่บ้านเพียงลำพังกับเพื่อนที่มาจากต่างรัฐ เธอเริ่มเล่าเรื่องเกี่ยวกับ “เพื่อนในจินตนาการ” ของเธอ และเธอก็บอกวิธีที่จะเรียกเพื่อนของเธอมาด้วยกระดานวีจี คล้ายๆ กับผีถ้วยแก้วของไทย ฉันก็

บอกเธอว่ามันไร้สาระแต่เธอยืนยันว่าจะพิสูจน์ให้ฉันได้เห็น ในการเล่นในครั้งนั้น พวกเราขอให้สิ่งที่อยู่ในกระดานแสดงสัญลักษณ์อะไรให้พวกเราเห็นสักอย่าง ตัวอักษรที่สะกดออกมาคือคำว่า “มองไปที่หน้าต่าง” และเมื่อพวกเราเงยหน้าขึ้นมา ก็มีนก 3 ตัวพุ่งเข้ามาชนที่หน้าต่างห้องนอนของฉันในทันที หลังจากนั้นฉันก็ไม่เคยชวนเพื่อนคนนี้มาที่บ้านฉันอีกเลย…

Continue Reading